จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม
กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย และ ณัฐ ครุฑสูตร
รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน GrabThumbsUp Awards 2026 มอบรางวัล “สุดยอดร้านอาหารแห่งปี” ให้กับ 100 ร้านอาหารทั่วประเทศภายใต้คอนเซ็ปต์
“The Taste of Trust” พร้อมยกย่องร้านอาหารและผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านอัตลักษณ์ด้านอาหาร
อันได้แก่ ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล, SOURI, สุกี้ช้างเผือก,
ภูเก็ตทีค คอฟฟี่บาร์, ล่าวัวพัทยา, ประสิทธิ์โภชนา และ ทองสมิทธ์
แกร็บฟู้ด แอปสั่งอาหารอันดับ 1 ในประเทศไทย1 เผยรายชื่อ
100 ร้านอาหารที่คว้ารางวัล “สุดยอดร้านอาหารแห่งปี”
ในงาน GrabThumbsUp Awards 2026 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์
“The Taste of Trust” ตอกย้ำมาตรฐานคุณภาพความอร่อยที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างแท้จริง
โดยไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การมอบรางวัลอันทรงเกียรติจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เพื่อยกย่องร้านอาหารและผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านอัตลักษณ์ด้านอาหาร
นำโดยรางวัล “สุดยอดผู้นำอาหารไทยสู่เวทีโลก” ที่มอบให้กับ ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล Amazing Thailand Ambassador และรางวัล “สุดยอดผู้สร้างสรรค์รสชาติแห่งปี”
ซึ่งตกเป็นของแบรนด์ SOURI จากโพรเจกต์ SOURI
Local Exclusive Menu ชูเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทยผ่านมาการอง 12 รสชาติประจำจังหวัด พร้อมด้วย 5 สุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภาค
อันได้แก่ สุกี้ช้างเผือก, ภูเก็ตทีค คอฟฟี่บาร์, ล่าวัวพัทยา, ประสิทธิ์โภชนา และ ทองสมิทธ์
พร้อมกันนี้ แกร็บยังได้ประกาศปรับดีไซน์ตราสัญลักษณ์ของซับแบรนด์ GrabThumbsUp
เพื่อยกระดับมาตรฐานและคุณภาพที่เป็นหนึ่งเดียว
มุ่งสร้างการจดจำและเชื่อมต่อความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนจากสถิติที่พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 80% ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านอาหารไทยก่อนเดินทางมายังประเทศไทย2 ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในใจนักเดินทางสายกินทั่วโลก3 เสน่ห์ของอาหารของไทยจึงถือเป็นอัตลักษณ์ทรงพลังที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างต่อเนื่อง ททท. จึงมุ่งชูเอกลักษณ์รสชาติอาหารท้องถิ่นให้เป็นแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง โดยในปีนี้ ททท. เราโฟกัสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวคุณภาพที่เน้นการสร้างมูลค่า Value over Volume อย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด Amazing 5 Economy โดยมี Platform Economy เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ ททท. จึงได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำอย่างแกร็บ ในการใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลบิ๊กดาต้า เพื่อพัฒนาและส่งเสริมวัฒนธรรมด้านอาหารไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ช่วยสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมต่อยอดและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อไปได้”
“ททท.ขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับรางวัล
GrabThumbsUp Awards ในปีนี้
โดยเฉพาะแบรนด์ที่ได้รับรางวัลพิเศษจาก ททท. ไม่ว่าจะเป็น ลิซ่า–ลลิษา
มโนบาล, SOURI, สุกี้ช้างเผือก, ภูเก็ตทีค คอฟฟี่บาร์, ล่าวัวพัทยา,
ประสิทธิ์โภชนา หรือ ทองสมิทธ์
โดยทุกภาคส่วนล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหาร
และเราพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำและทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป”

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “งาน GrabThumbsUp Awards เดินหน้าสู่ปีที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Taste of Trust’ เพื่อตอกย้ำมาตรฐานและคุณภาพความอร่อยที่ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากพลังเสียงของผู้ใช้บริการจริง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศที่ไม่หยุดพัฒนา เพื่อสร้างประสบการณ์ความอร่อยและความประทับใจในทุกมื้อให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันการร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อมอบรางวัลพิเศษด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ ยังตอกย้ำบทบาทของแกร็บในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยต่อยอดจุดแข็งของซับแบรนด์ GrabThumbsUp ที่สามารถการันตีความอร่อยยกนิ้วของร้านอาหารที่คนในพื้นที่ยอมรับ และช่วยผลักดันร้านอาหารท้องถิ่นให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องมาสัมผัส ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม




สำหรับร้านอาหารที่ได้รับรางวัล GrabThumbsUp Awards ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและพิจารณาอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งในด้านรสชาติ มาตรฐานการบริการ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้าน ชื่อเสียง และความนิยมในหมู่ผู้บริโภค โดยต้องมีคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการจริงไม่ต่ำกว่า 4.6 (จากคะแนนเต็ม 5) และได้รับการรีวิวในเชิงบวกจากผู้ใช้งานไม่น้อยกว่า 100 เสียง โดยในปีนี้มีร้านอาหารทั้งสิ้นมากกว่า 900 ร้านจากทั่วประเทศที่ได้รับรางวัล และมี 100 ร้านที่สามารถคว้ารางวัล “สุดยอดร้านอาหารแห่งปี” ไปครอง โดยมีไฮไลต์สำคัญ ดังนี้
· สุดยอดร้านขายดีแห่งปี (Delivery) ได้แก่ Jian Cha (เจี้ยนชา) แบรนด์ชาพรีเมียมสัญชาติไทยที่โดดเด่นด้วยเมนูชาผลไม้สดคุณภาพสูง
จนมียอดขายเติบโตขึ้น 4 เท่าบนแกร็บฟู้ดในปี 2025 และ สุดยอดร้านอาหารขายดี
(Dine Out) ได้แก่ Kanori ร้านที่จุดเทรนด์ซูชิแฮนด์โรลในประเทศไทย
นำเสนอประสบการณ์ซูชิบาร์แนวใหม่พร้อมวัตถุดิบสดใหม่ระดับพรีเมียม
การันตีด้วยยอดดีลผ่านบริการ Dine Out เพิ่มมากขึ้นมากกว่า 5
เท่า ในปี 2025
· สุดยอดร้านดาวรุ่งมาแรงแห่งปี ได้แก่ UNO Coffee ร้านกาแฟที่กลายเป็นกระแสด้วยการนำเสนอเมล็ดกาแฟพรีเมียมสายพันธุ์
‘เกอิชา’ ในราคาที่เข้าถึงได้
เสิร์ฟในแก้วสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์
· สุดยอดร้านขวัญใจโลกโซเชียลแห่งปี ตกเป็นของ 3 ร้านดังที่สร้างกระแสไวรัลอย่างต่อเนื่อง
ได้แก่ หม้อแม่จูน แกงกะทิรสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง, หอมหมี่ บะหมี่ไข่ดอง ร้านบะหมี่เส้นนุ่มพร้อมซอสรสเด็ดส่งตรงจากเชียงใหม่
และ ผักฉ่ำคำหอม ร้านอาหารมังสวิรัติรสชาติกลมกล่อมถูกใจชาวโซเชียล
· สุดยอดแบรนด์ยอดฮิตชาวต่างชาติ ได้แก่ Holey Artisan Bakery ร้านเบเกอรี่โฮมเมดสไตล์อาร์ติซานที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและความพิถีพิถัน
โดยเฉพาะเมนูขนมปังและบรันช์ที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มเอ็กซ์แพตอย่างต่อเนื่อง
· สุดยอดร้าน Celebrity แห่งปี ได้แก่ ข้าวแกง LA โดย เอ-ศุภชัย
ศรีวิจิตร นำเสนอเมนูอาหารไทยรสชาติเข็มข้น, BURNT Bangkok ร้านแซนด์วิชพรีเมียมโดย สกาย-วงศ์รวี นทีธร และ NOOD'S ร้านบะหมี่คลุกเครื่องแน่นโดย อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ
· สุดยอดนักชิมแห่งปี รางวัลพิเศษสำหรับผู้ขับเคลื่อนวงการอาหารที่ร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการส่งมอบความอร่อย ได้แก่ กี้ซดโอปโซ้ย (โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล และ ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร), สเตฟาน จากรายการครัวอ้ายฟาน (สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์), Bow Kanyarat (โบว์-กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ) และ Ccaptainch-Ploychava (กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง และ พลอย ชวพร เลาหพงศ์ชนะ)
“และเพื่อเป็นการฉลองการเข้าสู่ปีที่ 5 ของการประกาศรางวัล ในปีนี้แกร็บยังได้เปลี่ยนโฉมตราสัญลักษณ์ของซับแบรนด์ GrabThumbsUp รวมถึงภาพลักษณ์ของรางวัล GrabThumbsUp Awards ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับโลโก้ให้มีความทันสมัย เน้นสื่อถึงความพรีเมียมเพื่อสร้างการจดจำและความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ GrabThumbsUp กลายเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพความอร่อยระดับสากลที่ผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยวทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความเชื่อมั่น” จันต์สุดา กล่าวเสริม

ติดตามรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 ได้ที่
https://www.grab.com/th/blog/grabthumbsupawards2026/
1 แอปสั่งอาหารยอดนิยมอันดับ
1 ในไทยปี 2025 โดย Kantar
2 ข้อมูลจาก ข่าวกรมประชาสัมพันธ์ กรกฎาคม 2568
3 The best countries for food in the world 2025 Readers' Choice
Awards โดย Condé Nast Traveler
เกี่ยวกับ แกร็บ
แกร็บ (Grab) คือ
ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการทั้งด้านเดลิเวอรี
การเดินทางและการเงินดิจิทัล ครอบคลุมกว่า 800 เมืองใน
8 ประเทศ อันได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์
ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
โดยในทุกวันแกร็บช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนหลายล้านสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ
ในชีวิตประจำวันได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าจะเป็น การสั่งอาหาร
การสั่งซื้อสินค้าและของชำ การจัดส่งพัสดุเอกสาร การเรียกรถรับ-ส่งหรือแท็กซี่
ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ เช่น บริการสินเชื่อและการทำประกัน
แกร็บยังได้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศมาเลเซียภายใต้แบรนด์ Jaya
Grocer และ Everrise ซึ่งสร้างความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและของชำแบบออนดีมานด์ให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น
นอกจากนี้ แกร็บยังให้บริการทางการเงินผ่านธนาคารดิจิทัล GXS Bank ในประเทศสิงคโปร์และ GX Bank ในประเทศมาเลเซียด้วย
ทั้งนี้ แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า
ผ่านการสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับทุกคน
และยึดมั่นเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น
ควบคู่ไปกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาค