กลุ่มบริษัทสามารถ (SAMART Group) ผู้นำด้านเทคโนโลยีและโซลูชันครบวงจรของไทย แถลงทิศทางกลยุทธ์ใหญ่ประจำปี 2026 มุ่งเป้าสร้างปรากฏการณ์ "Record Growth" ด้วยรายได้แตะ 1.4 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิทะยานสู่ 859 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุด ภายใต้ธีม "Unlock Unlimited Opportunities" พร้อมกางแผนรับมือความผันผวนด้วยนวัตกรรม AI และการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” หรือ Unlock Unlimited Opportunities ซึ่งเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ต้องการก้าวข้ามความไม่แน่นอนและเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม, โดยกลุ่มบริษัทมั่นใจในศักยภาพจากการที่สามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีงานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 สะสมอยู่เกือบ 16,000 ล้านบาท (15,747 ล้านบาท) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
เปิดตัวเลขเป้าหมายปี 2026 รายได้หมื่นล้าน กำไรโตกระโดด 75%


จากกลยุทธ์ที่วางแผนไว้อย่างรัดกุม กลุ่มสามารถตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 859 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตไม่ต่ำกว่า 75% จากปีที่แล้ว, โดยบริษัทฯ วางแผนที่จะเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าเมื่อสิ้นปีจะมีงานในมือทะลุ 20,000 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การกลับมาอย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 10 ปี
สำหรับการคาดการณ์กำไรสุทธิ 859 ล้านบาทนั้น วัฒน์ชัยได้ให้รายละเอียดเจาะลึกว่ามาจาก 4 ส่วนหลัก ได้แก่
1.สายธุรกิจ ICT (SAMTEL) คาดการณ์กำไรประมาณ 300 ล้านบาท (รับรู้ถึงบริษัทแม่ 210 ล้านบาท)
2.สายธุรกิจการบิน (SAV) ตั้งเป้ากำไร 620 ล้านบาท (รับรู้ถึงบริษัทแม่ 460 ล้านบาท)
3.สายธุรกิจดิจิทัล (SDC) คาดกำไร 100 ล้านบาท (รับรู้ถึงบริษัทแม่ 67 ล้านบาท)
4.ธุรกิจอื่นๆ (เช่น Vision, TEDA) คาดกำไร 130 ล้านบาท (รับรู้ถึงบริษัทแม่ 122 ล้านบาท)
3 แกนกลยุทธ์หลัก กุญแจสู่การเติบโตไร้ขีดจำกัด

เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายดังกล่าว นายวัฒน์ชัยระบุว่ากลุ่มบริษัทจะดำเนินงานผ่าน 3 แกนกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้
1. Unlimited Solutions มุ่งเน้นการเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงการสื่อสารเหนือน่านฟ้า โดยนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ และยกระดับผลิตภัณฑ์เดิมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI (Artificial Intelligence), Cloud Solutions, และ Cyber Security เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน
2. Unlimited Collaborations เน้นการผสานความร่วมมือทั้งภายในเครือและพันธมิตรภายนอก โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลยุทธ์ M&A (Mergers and Acquisitions) เพื่อเร่งการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายฐานตลาด และเสริมทัพด้วยพนักงานมืออาชีพอย่างรวดเร็ว
3. Unlimited Opportunities เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร สนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านรูปแบบบริการเช่น Public Outsourcing Services
เจาะลึก "ขุนพลธุรกิจ" หมัดเด็ดสร้างรายได้

สายธุรกิจ Digital ICT Solutions (บมจ.สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL)
SAMTEL ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ที่ 6,500 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยมีจุดแข็งคือโครงการวางระบบ ERP ขนาดใหญ่ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองรับข้อมูลลูกค้ากว่า 30 ล้านราย, นอกจากนี้ยังมีการนำ AI และ RPA มาใช้ในกระบวนการบันทึกบัญชีอัตโนมัติ (Automated Invoice Processing) และให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ผ่านศูนย์ SOC 24x7 ของบริษัท Secure Info, อีกทั้งยังขยายตัวเข้าสู่ Education Tech ร่วมกับ Power School จากสหรัฐฯ เพื่อบุกตลาด Digital School ในไทย
สายธุรกิจ Utilities & Transportations (นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV)

ธุรกิจนี้นับเป็น "Cash Cow" ที่สำคัญ โดยเฉพาะการบริหารจัดการจราจรทางอากาศในกัมพูชาผ่านบริษัท CATS ที่ได้รับสัมปทานยาวนานถึง 49 ปี ในปี 2026 SAV ตั้งเป้ารายได้ 2,600 ล้านบาท เติบโต 30% รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางเวียดนามและจีน รวมถึงแผนการเปิดสนามบินใหม่ในนครโฮจิมินห์, ด้าน บริษัท เทด้า (TEDA) ซึ่งเชี่ยวชาญสถานีไฟฟ้าแรงสูง ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท หลังคว้างานจาก EGAT และ PEA มูลค่ารวมกว่า 3,100 ล้านบาท
สายธุรกิจ Digital Communications (บมจ.สามารถดิจิตอล หรือ SDC)


ตั้งเป้ารายได้ 900 ล้านบาท เติบโตกว่า 57% โดยจะเน้นการรับรู้รายได้จาก โครงข่าย Digital Trunk Radio ในรูปแบบค่าใช้บริการ (Air-time) และการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติม
วิสัยทัศน์สู่อนาคต เทคโนโลยีสีเขียว และการลงทุนยั่งยืน

วัฒน์ชัยเน้นย้ำว่า กลุ่มสามารถจะไม่หยุดเพียงแค่โครงการเดิม แต่กำลังมองหาโอกาสผ่านการร่วมทุนในกลุ่มธุรกิจที่เป็นเทรนด์โลก อาทิ Renewable Energy (พลังงานทดแทน), AI, และ Airport Solutions อย่างโครงการระบบตรวจจับวัตถุแปลกปลอมบนรันเวย์ (FOD) มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท
บริษัทยังให้ความสำคัญกับ Financial Resilience หรือความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การล็อกราคาคู่ค้าล่วงหน้าสำหรับวัสดุที่ผันผวน และการลดการตั้งสำรองหนี้เพื่อให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งที่สุด
"แม้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจจะชลอตัว แต่ผลการดำเนินงานของเรายังอยู่ในระดับที่ดี และปีนี้จะเป็นปีที่ดีมากสำหรับการสร้างงานใหม่และเพิ่มผลกำไร เราเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในระยะยาว" วัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้าย


ด้วยการทรานส์ฟอร์มเข้าสู่ยุค AI และดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมฐานรายได้จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง กลุ่มบริษัทสามารถ ยืนยันความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโซลูชันที่ยั่งยืนที่สุดไทยในปี 2026