Synology เดินหน้ารุกตลาด Home Use และกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์รับ “ยุคข้อมูลล้นมือ”
หลังพบคนไทยแบกภาระค่าบริการ Cloud Storage เฉลี่ยปีละกว่า
4,800 บาท
ท่ามกลางแนวโน้มราคาบริการดิจิทัลที่จ่อพุ่งสูงขึ้นอีก 20% ในปีหน้า
จึงส่ง "BeeStation Plus" นวัตกรรม Private
Cloud ความจุ 8TB เป็นทางออกสู้ศึกค่าครองชีพดิจิทัล
เสนอทางเลือกเปลี่ยนสถานะผู้ใช้จาก "ผู้เช่า" เป็น "เจ้าของ"
ช่วยปลดล็อก "ภาษีความทรงจำ" ด้วยการลงทุนครั้งเดียวแต่คืนทุนไวภายใน 2ปี พร้อมจัดการข้อมูลมหาศาลด้วยระบบ
AI อัจฉริยะ รองรับการใช้งานร่วมกันได้สูงสุดถึง 8 บัญชีผู้ใช้งาน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลแบบ
3-2-1 Backup ครบวงจร
ธัชวรรณ
ชินชนากานต์ หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้เข้าสู่ "ยุคข้อมูลล้นมือ"
ซึ่งมาพร้อมกับต้นทุนที่มองไม่เห็นและกลายเป็นภาระรายเดือนในระยะยาว
โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีการบันทึกภาพและวิดีโอพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ปริมาณข้อมูลของสมาชิกในบ้าน (Home Use) และเหล่าครีเอเตอร์
ซึ่งถือเป็นอาชีพมาแรงของยุคนี้ กำลังขยายตัวจนกลายเป็น
"สินทรัพย์ดิจิทัล" ที่มีมูลค่าสูง
ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายจากบริการคลาวด์สาธารณะ (Public
Cloud) ที่เริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริการ
โดยแพ็กเกจฟรีที่เคยมีเริ่มทยอยหายไป
และถูกแทนที่ด้วยโมเดลธุรกิจที่ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าเช่าเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นทุกปี
ตามความต้องการพื้นที่จัดเก็บที่ขยายตัว
สภาวะดังกล่าวส่งผลให้ "ค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกรายเดือน (Subscription Fees)" กลายเป็น "ภาษีความทรงจำ" ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีตามปริมาณข้อมูล ซึ่งถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงได้ยาก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อปัญหาการผูกขาดบริการ (Vendor Lock-in) ที่หากหยุดชำระค่าบริการเมื่อไหร่ ข้อมูลสำคัญทั้งหมดอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ทันที


ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันคนไทยต้องแบกรับภาระค่าบริการ Cloud Storage เฉลี่ยสูงถึงเดือนละ 350 – 399 บาท หรือราวปีละ 4,200 – 4,800 บาท สำหรับแพ็กเกจความจุ 2TB ในขณะที่แนวโน้มราคาค่าบริการดิจิทัลคาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นอีกกว่า 20% ในปีหน้า ค่าธรรมเนียมเหล่านี้จึงเปรียบเสมือน 'ภาษีความทรงจำ' ที่กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และสร้างสภาวะผูกมัด เพราะหากหยุดจ่าย ข้อมูลสำคัญและภาพความทรงจำทั้งหมดจะถูกจำกัดการเข้าถึง เปรียบเสมือนการฝากกุญแจบ้านไว้กับคนอื่นที่พร้อมจะ ล็อกประตูได้ทุกเมื่อ จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปเริ่มมองหา Private Cloud มาใช้แชร์การเก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองและครอบครัว รวมไปถึงกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการพื้นที่ในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก


จากความท้าทายข้างต้น
Synology จึงได้พัฒนา BeeStation ซึ่งเป็นเสมือนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของบ้านยุคดิจิทัล
เพื่อเป็นทางเลือกที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าและความยั่งยืน โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการ
"เช่า" พื้นที่บนระบบคลาวด์สาธารณะ มาเป็นการเป็น "เจ้าของ"
ฮาร์ดแวร์ส่วนตัว (Private Cloud) อย่างเต็มรูปแบบ
ด้วยความจุขนาดใหญ่ที่มีให้เลือกทั้ง 4TB และ 8TB
จากการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนพบว่า การลงทุนซื้อขาดเพียงครั้งเดียวในราคาเริ่มต้น 8,699 บาท สามารถคืนทุนได้ภายในไม่ถึง 2 ปี โดย BeeStation ให้พื้นที่จัดเก็บมากกว่าถึง 2 เท่าในราคาที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว เนื่องจากค่าบริการคลาวด์คือรายจ่ายต่อเนื่องที่ไม่มีวันสิ้นสุด และยังมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นตามปริมาณข้อมูลในอนาคต การเปลี่ยนมาเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์ส่วนตัวจึงช่วยหยุดภาระค่าใช้จ่ายคงที่ได้อย่างถาวรด้วยการซื้อเพียงครั้งเดียว


ทั้งนี้
BeeStation ใช้นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อทุกคน (User-Centric
Design) ลดความซับซ้อนของระบบ NAS ระดับองค์กร
มาสู่อุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายสำหรับทุกคนในบ้าน
สามารถแชร์ไฟล์ออนไลน์ได้จากทุกที่เช่นเดียวกับบริการฝากข้อมูลบนคลาวด์
โดยมุ่งเน้นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ดังนี้
·
Plug-and-Play ออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนยุ่งยากทางเทคนิค
ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นสร้างคลาวด์ส่วนตัวได้เพียงเสียบปลั๊กและเชื่อมต่อระบบ
โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเครือข่าย (Network)
·
AI Asset Management จัดการข้อมูลมหาศาลด้วยระบบ AI อัจฉริยะ (Built-in
NPU) ที่ช่วยคัดแยกและจัดหมวดหมู่รูปภาพตามใบหน้า วัตถุ
และสถานที่โดยอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาในการค้นหาไฟล์ภาพเก่าหรือฟุตเทจงานต่าง ๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
·
Multi-User Architecture: รองรับการใช้งานร่วมกันได้สูงสุดถึง 8 บัญชีผู้ใช้งาน
โดยระบบจะจัดสรรพื้นที่ส่วนตัว (Private Space) แยกออกจากกันอย่างชัดเจน
เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในรูปแบบครอบครัวและทีมงานครีเอเตอร์ขนาดเล็กที่ต้องการแชร์ทรัพยากร
แต่ยังคงต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยสามารถดึงและแชร์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
ได้ทุกที่ทุกเวลา แบบไร้รอยต่อไม่แตกต่างระบบคลาวด์
·
Entertainment Hub: รองรับการเชื่อมต่อกับ Plex Media Server สำหรับบริหารจัดการไฟล์สื่อบันเทิงภายในที่พักอาศัย
สามารถสตรีมมิงวิดีโอหรือภาพยนตร์ไปยังสมาร์ตทีวี แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟนได้อย่างสะดวก
นอกเหนือจากความคุ้มค่า
BeeStation Plus ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและธรรมาภิบาลข้อมูล
(Data Governance) โดยสนับสนุนให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถปฏิบัติตามกลยุทธ์การสำรองข้อมูลแบบ
3-2-1 Backup ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผ่านสิทธิประโยชน์ที่มาพร้อมตัวเครื่อง
·
BeeProtect บริการสำรองข้อมูลบนคลาวด์
(Cloud Backup) ฟรี 3 เดือน
สำหรับการทำสำเนาข้อมูลเก็บไว้นอกสถานที่ (Off-site)
เป็นการสำรองข้อมูลจาก BeeStation Plus
ไว้อีกชั้นหนึ่ง
·
Acronis True Image Essentials ใบอนุญาตใช้งานฟรี 3 ปี สำหรับโซลูชันการสำรองข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ
ช่วยป้องกันข้อมูลสูญหายจากมัลแวร์หรือความเสียหายของอุปกรณ์
“การเปิดตัว BeeStation Plus ในครั้งนี้
จึงถือเป็นก้าวสำคัญของ Synology ในการผลักดันให้ผู้ใช้งานทั่วไปและครีเอเตอร์ไทย
สามารถทวงคืนสิทธิ์การเป็นเจ้าของข้อมูล (Data Ownership) และบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว”
คุณธัชวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sy.to/xqg2u
เกี่ยวกับ Synology
Synology ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน NAS และการจัดการข้อมูล มุ่งพัฒนานวัตกรรม Data Protection, Productivity และ Cloud Services ปัจจุบัน Synology ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำในกลุ่ม Fortune 500 มากกว่าครึ่ง และขยายขอบเขตการให้บริการครอบคลุมกว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชันที่ปลอดภัย คุ้มค่า และยืดหยุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรทุกขนาดอย่างยั่งยืน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.synology.com/th-th