80% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์มอง AI ช่วยเสริมการทำงาน แต่การอัปสกิลบุคลากรยังเป็นปัจจัยสำคัญ
ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน เผยรายงานช่องว่างทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ประจำปี
2568 (2025 Global
Cybersecurity Skills Gap Report) ที่สะท้อนถึงความท้าทายใหม่และปัญหาที่องค์กรยังคงต้องเผชิญจากช่องว่างทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
โดยผลสำรวจทั่วโลกนี้มีประเด็นสำคัญ ได้แก่
·
ในขณะที่องค์กรต่างๆ หันมาใช้ AI มากขึ้นเพื่อเสริมแกร่งด้านความปลอดภัยและช่วยอุดช่องว่างดังกล่าว องค์กรเหล่านี้ต่างยอมรับเช่นกันว่า
AI อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบใหม่หรือที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ทีมงานยังขาดทักษะด้าน AI อยู่
·
การขาดความตระหนักรู้และการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการละเมิดความปลอดภัยข้อมูล
·
คณะกรรมการบริหารในองค์กรยังขาดความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
แม้ประเด็นดังกล่าวจะเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกก็ตาม
·
องค์กรต้องการบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีใบรับรอง
ดร.ศุภกร
กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “ผลสำรวจนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
ซึ่งหากไม่สามารถลดช่องว่างด้านทักษะได้ องค์กรต่างๆ จะยังคงต้องเผชิญกับการละเมิดความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นและมาพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้น
โดยผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนว่า
หากไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจังในการสร้างและรักษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
ความเสี่ยงและต้นทุนที่สังคมต้องเผชิญจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
รายงานชี้ช่องว่างทักษะด้านไซเบอร์ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและด้านการเงินมากยิ่งขึ้น
ท่ามกลางภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง องค์กรต่างๆ
กำลังเผชิญกับความจริงที่ว่า การโจมตีด้านความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของความเป็นไปได้
แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกัน การขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะทั่วโลกมากกว่า 4.7 ล้านคน ส่งผลให้ตำแหน่งงานสำคัญด้านความปลอดภัยจำนวนมากยังคงว่างอยู่ในช่วงเวลาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด
โดยผลการสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบของช่องว่างด้านทักษะต่อองค์กรทั่วโลก
มีประเด็นสำคัญ ได้แก่
· จำนวนเหตุการณ์การละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่องค์กรต่างๆ
เผชิญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี จากรายงาน 2025 Fortinet
Global Skills Gap Report ระบุว่า 88% ขององค์กร
ประสบเหตุการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในปี 2024 และ 30% รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ห้าครั้งขึ้นไป
โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่มีการเผยแพร่รายงาน Fortinet Global Skills Gap Report ฉบับแรก โดยในขณะนั้น 80%
ขององค์กรรายงานว่าถูกละเมิดความปลอดภัย และมีเพียง 19% ที่เผชิญเหตุการณ์ตั้งแต่ห้าครั้งขึ้นไป
·
การขาดแคลนทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การละเมิดความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น
โดย 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า
การขาดทักษะและการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยไอทีเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการละเมิดความปลอดภัยภายในองค์กร
·
ผลกระทบทางการเงินจากการถูกโจมตียังคงรุนแรง โดย 60%
ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า เหตุการณ์ไซเบอร์ในปี 2024 สร้างความเสียหายมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับปีก่อนหน้าและเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก
38% ในปี 2021
AI อาจช่วยลดภาระของทีมรักษาความปลอดภัยได้
แต่การขาดความเชี่ยวชาญคือความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น
แม้ AI จะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนทักษะด้านไซเบอร์ที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง องค์กรต่างๆ อาจยังไม่พร้อมอย่างเต็มที่ในการนำศักยภาพของ AI มาใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยผลการสำรวจในปีนี้พบว่า
· เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ให้ความสามารถด้าน AI ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย
โดยองค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจถึง 100% ระบุว่า กำลังใช้งานหรือมีแผนที่จะนำโซลูชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย
AI มาใช้ โดยระบุว่าการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคาม เป็นเรื่องที่องค์กรให้ความสนใจสูงสุดในการประยุกต์ใช้
AI กับความปลอดภัยทางไซเบอร์
· AI สามารถช่วยลดภาระงานของทีมรักษาความปลอดภัยที่มีบุคลากรจำกัด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ 80% คาดว่า AI จะช่วยเข้ามาช่วยเสริมการทำงานมากกว่าการเข้ามาแทนที่ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานท่ามกลางภาวะขาดแคลนทักษะ
· แม้ AI จะสามารถช่วยทีมรักษาความปลอดภัยได้ แต่ทีมงานยังขาดทักษะด้าน AI ที่จำเป็นในการปลดล็อกศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าวได้เต็มที่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 84% ระบุว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมไอทีและทีมรักษาความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม 54% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีมองว่า การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI คือความท้าทายสำคัญที่สุดของการนำ AI ไปใช้งานให้ประสบความสำเร็จ โดยในปี 2024 มีองค์กรที่ตอบแบบสอบถาม 30% ที่ประสบปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์มากกว่า 5 ครั้งขึ้นไป ซึ่งมีการใช้งาน AI อยู่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าการนำมาใช้งานอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องมีความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน
คณะกรรมการบริหารให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น แต่ยังคงขาดความเข้าใจเรื่องผลกระทบของ AI

รายงานฉบับนี้ ยังเผยให้เห็นถึงประเด็นความเข้าใจของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับบทบาทของความปลอดภัยทางไซเบอร์ภายในองค์กร
ดังต่อไปนี้
·
คณะกรรมการบริหารมีการจัดลำดับความสำคัญความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น
โดยในปี 2024 คณะกรรมการบริหาร
88% ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งเกือบทุกองค์กรในปัจจุบันมองว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์ถือเป็นความสำคัญทางธุรกิจ
98% และมีความสำคัญต่อเรื่องการเงิน 100%
·
สมาชิกคณะกรรมการบริหารยังไม่ค่อยตระหนักดีถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้
AI
โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 78% ระบุว่า คณะกรรมการบริหารของตนมีความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนในเรื่องความเสี่ยงที่เกิดจาก
AI ทั้งนี้ การตระหนักรู้ดังกล่าวเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับการที่องค์กรมีการนำ AI มาใช้ในโครงการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แล้วหรือไม่
การเพิ่มทักษะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะ
ในขณะที่การขาดแคลนทักษะด้านไซเบอร์ยังคงมีอยู่
รายงานฉบับนี้ยังเผยประเด็นสำคัญเพิ่มเติม
ได้แก่
·
ใบรับรองด้านไซเบอร์ยังคงเป็นที่ต้องการของนายจ้าง โดยผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอที 96% ต้องการจ้างผู้สมัครที่มีใบรับรอง ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า
ใบรับรองช่วยยืนยันความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (79%)
สะท้อนความสามารถในการเรียนรู้เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว
(67%)
และแสดงถึงความคุ้นเคยกับเครื่องมือของผู้ให้บริการหลัก (69%)
·
การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการสอบใบรับรองภายในองค์กรมีแนวโน้มลดลง
โดยผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 68%
ระบุว่ายินดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้พนักงานสอบใบรับรอง ซึ่งลดลงจาก
92% ในปี 2023
การอุดช่องว่างด้านทักษะ สำคัญต่อความมั่นคงของธุรกิจ
รายงาน 2025
Cybersecurity Skills Gap Report ชี้ชัดว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นของคณะกรรมการระดับบริหาร
ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของ AI และความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการอุดช่องว่างด้านทักษะในทั่วโลกยังคงเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง โดยองค์กรต่างๆ
จำเป็นต้องทบทวนแนวทางการสรรหาบุคลากร และเปิดโอกาสให้กับกลุ่มบุคลากรที่ยังไม่ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่
พร้อมลงทุนด้านการฝึกอบรมและยกระดับทักษะ เพื่อสร้างและรักษาความเชี่ยวชาญที่จำเป็น
ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวต้องอาศัย 3 แนวทางหลักคือ
การเสริมสร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้ การขยายการเข้าถึงการฝึกอบรมและการรับรองเฉพาะทาง
รวมถึงการนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงมาใช้
เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายจากช่องว่างด้านทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์
Fortinet Training Institute ซึ่งเป็นโครงการฝึกอบรมและการรับรองที่ได้รับรางวัล
และเป็นหนึ่งในโครงการที่ครอบคลุมมากที่สุดในอุตสาหกรรม จึงมุ่งมั่นขยายโอกาสในการเข้าถึงการรับรองด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และเส้นทางอาชีพใหม่ๆ
ให้กับคนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ยังมีบริการ Security Awareness Training สำหรับองค์กร
เพื่อเสริมสร้างบุคลากรให้มีความตระหนักรู้ด้านไซเบอร์อย่างรอบด้าน
โดยบริการดังกล่าวได้นำเสนอหลักสูตรที่มุ่งเน้นด้าน AI เพื่อช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ AI และบทบาทของเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
ครอบคลุมตั้งแต่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ GenAI ไปจนถึงหลักสูตรด้านภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย
AI ซึ่งอธิบายถึงวิธีการต่าง ๆ ที่อาชญากรไซเบอร์นำ AI
มาใช้ในการสร้างและยกระดับการโจมตีทางไซเบอร์
นอกจากนี้
ฟอร์ติเน็ตยังคงดำเนินการตามความมุ่งมั่นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่เพิ่มขึ้น
ตามเป้าหมายในการฝึกอบรมบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ได้ 1 ล้านคนทั่วโลกภายในสิ้นปี 2026 จากที่ได้มีการประกาศพันธสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปี
2021
เกี่ยวกับการสำรวจช่องว่างด้านทักษะของฟอร์ติเน็ต
· การสำรวจดำเนินการในกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีและความปลอดภัยทางไซเบอร์กว่า
1,850 คน จาก 29 ประเทศและสถานที่ต่างๆ
·
ผู้ตอบแบบสอบถามมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงเทคโนโลยี 22% การผลิต 16% และบริการทางการเงิน 12%
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
· เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมของ
Fortinet Training Institute ซึ่งช่วยแก้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะไซเบอร์ด้วยการอัปสกิล
รีสกิล และการฝึกอบรมฟรี
เกี่ยวกับฟอร์ติเน็ต
ฟอร์ติเน็ต คือแรงขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์พร้อมผสานรวมเน็ตเวิร์กกิ้งและซีเคียวริตี้เข้าด้วยกัน
ภารกิจของเราคือการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คน อุปกรณ์
และข้อมูลที่มีอยู่ในทุกที่
และวันนี้เรามอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับคุณในทุกที่ที่ต้องการด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการที่ใหญ่ที่สุดในระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ
(Enterprise-Grade) กว่า 50 รายการ
โดยมีลูกค้าจำนวนเกินครึ่งล้านให้ความไว้วางใจในโซลูชันต่างๆ ของฟอร์ติเน็ต
ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชันที่มีการใช้งานมากที่สุด มีจำนวนการจดสิทธิบัตรมากที่สุด
และผ่านการตรวจสอบมากที่สุดในอุตสาหกรรม สถาบันฝึกอบรม Fortinet (Fortinet Training Institute) หนึ่งในโปรแกรมการฝึกอบรมที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม ที่ทุ่มเทให้กับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ
สำหรับทุกคน FortiGuard Labs ซึ่งเป็นองค์กรข่าวกรองและวิจัยภัยคุกคามระดับแนวหน้าของฟอร์ติเน็ตพัฒนาและใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องมือและ AI ระดับแถวหน้า
เพื่อให้ลูกค้าได้รับการป้องกันได้อย่างทันท่วงทีตลอดเวลา
รวมถึงข่าวกรองภัยคุกคามที่ใช้ดำเนินการได้จริง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ https://www.fortinet.com Fortinet Blog และ FortiGuard Labs