13 ม.ค. 2569 26 0

จากวรรณกรรมสู่แสตมป์วันเด็ก 2569 ไปรษณีย์ไทยชวนเปิดโลกจินตนาการ 'ศ.เกริก ยุ้นพันธ์' ถ่ายทอดพื้นที่หนึ่งตารางนิ้วกับความฝันของเด็กไทย

จากวรรณกรรมสู่แสตมป์วันเด็ก 2569 ไปรษณีย์ไทยชวนเปิดโลกจินตนาการ                                 'ศ.เกริก ยุ้นพันธ์' ถ่ายทอดพื้นที่หนึ่งตารางนิ้วกับความฝันของเด็กไทย


ในยุคที่ภาพเคลื่อนไหวรวดเร็วและคอนเทนต์สั้นเป็นตัวกำหนดจังหวะการรับรู้ของผู้คน “แสตมป์” กลับเป็นหนึ่งในสื่อไม่กี่ชนิดที่เลือกยืนหยัดด้วยความนิ่ง ทว่าในความนิ่งนั้นกลับแฝงพลังอันลุ่มลึก พลังของการหยุดมอง การค่อยๆ อ่าน และการตีความด้วยหัวใจของผู้ชมเอง วันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 นี้ ไปรษณีย์ไทยจึงหยิบ “แสตมป์วันเด็ก” ขึ้นมาเป็นพื้นที่พิเศษในการส่งต่อศิลปะและจินตนาการ จึงได้เชื้อเชิญ ศาสตราจารย์เกริก ยุ้นพันธ์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ศิลปินผู้ทำงานกับโลกของเด็กไทย มาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี เพื่อถ่ายทอด “โลกของเด็ก” ผ่านผลงานศิลป์บนดวงแสตมป์

แปลงวรรณกรรมให้มีชีวิตในพื้นที่หนึ่งตารางนิ้ว


การออกแบบแสตมป์วันเด็ก 2569 ไม่ใช่เพียงการย่อภาพวาดให้เล็กลงตามขนาด หากคือ การกลั่นวรรณกรรมเด็กทั้งโลกให้เหลืออยู่ในพื้นที่เพียงหนึ่งตารางนิ้ว .เกริก ยุ้นพันธ์ อธิบายว่า การทำงานชิ้นนี้ จึงต้องเริ่มจากการตั้งคำถามว่า อะไรคือหัวใจของเรื่องเล่าสำหรับเด็ก ไม่ใช่ในแง่เนื้อหา หากในแง่อารมณ์ ความรู้สึก และจังหวะของการมองโลก ภาพในแสตมป์จึงไม่พยายามเล่าเรื่องทั้งหมด แต่เลือกหยุดอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เปิดพื้นที่ให้จินตนาการของคนดูทำงานต่อเอง

เมื่อพิจารณาหน้าตาแสตมป์อย่างใกล้ชิด จะเห็นเส้นที่ดูไม่เนี้ยบ ตัวละครหน้ากลม แก้มแดง สีสันสดจัด และองค์ประกอบที่เหมือนหลุดจากกรอบศิลปะแบบวิชาการ ซึ่งไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือภาษาภาพที่ตั้งใจเลือกใช้ ราวกับวาดขึ้นด้วยมือของเด็กจริงๆ เพราะภาพที่สมบูรณ์แบบเกินไปคือภาพที่ปิดจินตนาการของเด็กโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ภาพที่ยังมีช่องว่าง มีความไม่สมบูรณ์ จะชวนให้เด็กอยากเติมเรื่องราวของตนเองลงไป ทว่าภายใต้ความไร้เดียงสานั้น กลับซ่อนโครงสร้างทางความคิดที่แม่นยำ ทั้งการจัดวางพื้นที่ การถ่วงน้ำหนักสี และการเลือกสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงโลกของเด็กเข้ากับวัฒนธรรมไทยอย่างแนบเนียน


การย่อวรรณกรรมลงสู่แสตมป์ต้องอาศัยวินัยสูงกว่าการทำหนังสือเด็กเสียอีก เพราะไม่สามารถ เล่าเผื่อได้ ทุกเส้นต้องมีความหมาย ทุกสีต้องมีเหตุผล และทุกองค์ประกอบต้องทำงานพร้อมกันภายในเสี้ยววินาที และภาพนี้เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดต่อได้หรือเปล่า หากภาพยังชวนให้คนดูตั้งคำถาม งานชิ้นนั้นจึงถือว่าทำหน้าที่ของมันได้สำเร็จ

แสตมป์วันเด็ก 2569 จากสายตาศิลปินแห่งชาติ


.เกริก เล่ามุมมองว่าแสตมป์วันเด็กไม่ใช่ของที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจเด็กในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแต่คือจดหมายถึงอนาคต เป็นการฝากร่องรอยความคิดและความรู้สึกบางอย่างไว้ให้เด็กไทยในวันนี้ได้ย้อนกลับมาอ่านตัวเองในวันข้างหน้า ภาพในแสตมป์จึงไม่ได้สรุปความ ไม่สอนตรงๆ และไม่ชี้นำว่าควรคิดหรือรู้สึกอย่างไร หากเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนตีความต่างกันไปตามประสบการณ์ชีวิต

เด็กไทยในยุคดิจิทัล และจินตนาการที่ต้องการพื้นที่


ปัจจุบัน เด็กเข้าถึงหน้าจอได้ตั้งแต่ยังอ่านไม่ออก .เกริกมองว่า เด็กไทยไม่ได้ขาดข้อมูลหากกำลังขาดพื้นที่ว่างให้จินตนาการได้ทำงาน ซึ่งโลกดิจิทัลเต็มไปด้วยภาพ เสียง และคำอธิบายสำเร็จรูป จนแทบไม่เหลือช่องให้เด็กตั้งคำถามด้วยตนเอง งานศิลปะ วรรณกรรม และสื่ออย่างแสตมป์จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นจุดพัก เป็นพื้นที่เงียบๆ ที่ไม่เร่งเร้า และไม่บังคับให้เข้าใจในทันที

แสตมป์วันเด็กปีนี้จึงไม่ได้พยายามแข่งขันกับเทคโนโลยี แต่ยืนอยู่คนละจุด จุดที่ชวนให้เด็กหยุดมองภาพนิ่งเพียงภาพเดียว แล้วถามตัวเองว่าเรื่องราวก่อนหน้าและหลังจากนั้นคืออะไร ซึ่งภาพที่ไม่เฉลยทั้งหมดกลับมีพลังมากกว่าภาพที่อธิบายทุกอย่าง เพราะจินตนาการจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีพื้นที่ให้คิดต่อ

ผมไม่เชื่อในการเร่งให้เด็กโตเร็ว ผมเชื่อในการปล่อยให้เด็กเติบโตตามจังหวะของตนเอง เช่นเดียวกับงานศิลปะสำหรับเด็กที่ไม่จำเป็นต้องตามกระแสหรือเอาใจตลาด หากซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกและธรรมชาติของวัยเด็ก งานชิ้นนั้นจะคงคุณค่าได้นานกว่า อีกทั้งแสตมป์คือบันทึกเล็กๆ ของสังคมนช่วงเวลาหนึ่ง และเมื่อเด็กได้เห็นแสตมป์เหล่านี้ในวันนี้ วันหนึ่งเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น มันอาจกลายเป็นภาพจำที่ย้อนพาพวกเขากลับมาทบทวนว่า พวกเขาเคยถูกเลี้ยงดูด้วยจินตนาการแบบใด .เกริก กล่าวทิ้งท้าย


ทั้งนี้ แสตมป์วันเด็ก 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของไปรษณีย์ไทยในการยกระดับบทบาทจากการขนส่งสู่การเป็นผู้ส่งต่อคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม ผ่านสื่อขนาดเล็กที่ทรงพลังโดยการทำงานร่วมกับศิลปินแห่งชาติที่อยู่กับวรรณกรรมเด็กมายาวนาน โดยครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความสำคัญของแสตมป์ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ยังสะท้อนความตั้งใจของไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุนการเรียนรู้และจินตนาการของเด็กไทย เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคมในอนาคต