
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผนึกกำลัง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด แถลงแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยชูมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยเทคโนโลยี AI และระบบติดตามแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกขั้นตอนกระบวนการประชาธิปไตย
กางสถิติผู้มีสิทธิ 56 ล้านคน – กกต. ยันความพร้อมกฎหมาย พร้อมไขปม "สีบัตรประชามติ"

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยข้อมูลสำคัญถึงภาพรวมความพร้อมว่า กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติไว้อย่างรัดกุมที่สุด โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ สำหรับตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้มีจำนวนรวมประมาณ 56,400,000 คน ซึ่ง กกต. ได้วางแผนจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติจำนวนประมาณ 53,400,000 ใบ พร้อมจัดพิมพ์สำรองไว้ร้อยละ 5 เพื่อกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งกว่า 100,000 หน่วยทั่วประเทศ
ในด้านการลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า นายแสวงระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 2,410,425 ราย แบ่งเป็น
- ผู้ขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้ง 2,262,643 ราย
- ผู้ขอใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง 8,247 ราย
- ผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร 139,535 ราย
ขณะที่การออกเสียงประชามติ มีผู้ลงทะเบียนนอกเขตและนอกราชอาณาจักรรวม 1,598,056 ราย นอกจากนี้ นายแสวงยังได้ชี้แจงเพื่อป้องกันความสับสนเรื่อง "สีของบัตรออกเสียงประชามติ" โดยยืนยันว่า บัตรจริงจะเป็นสีเหลือง แม้ว่าเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ส่งไปยังครัวเรือนอาจปรากฏเป็นสีฟ้าหรือดำเนื่องจากข้อจำกัดในการพิมพ์ระบบ 2 สี แต่ตัวอย่างบัตรหน้าหน่วยเลือกตั้งและในระบบออนไลน์จะแสดงผลเป็นสีเหลืองตามลักษณะบัตรจริงเพื่อให้ประชาชนจดจำได้ง่าย
ไปรษณีย์ไทยระดมทีม 9,000 ชีวิต – ชู "Dedicated Resource" แยกภารกิจพิเศษคุมเข้ม 100%

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศความพร้อมโดยยืนยันความพร้อม 100% ในการสนับสนุนภารกิจเลือกตั้งและประชามติปี 2569 โดยความโดดเด่นของแผนงานในปีนี้คือการใช้กลยุทธ์ "Dedicated Resource" หรือการแยกทรัพยากรอย่างเด็ดขาด โดยรถขนส่งกว่า 600 คัน และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 9,000 คน ในภารกิจนี้จะไม่ปะปนกับงานขนส่งพัสดุปกติ เพื่อความคล่องตัวและความปลอดภัยสูงสุด



ไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมาย 5 ภารกิจหลักจาก กกต. ได้แก่
1.จัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิ (ส.ส.1/6) และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครไปยัง 19 ล้านครัวเรือน
2.จัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติเปล่า พร้อมวัสดุอุปกรณ์ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ
3.ลำเลียงบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทั้งขาไป (บัตรเปล่า) และขากลับ (บัตรที่ลงคะแนนแล้ว)
4.ขนส่งและคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ลงคะแนนแล้วอย่างรัดกุม
5.บริหารจัดการหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน สำหรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า
ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งฯ" ณ สำนักงานใหญ่ไปรษณีย์ไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยนำเทคโนโลยี GPS และ AI Alert มาใช้ หากรถหยุดนานเกินกำหนดหรือออกนอกเส้นทาง ระบบจะแจ้งเตือนทันที รวมถึงติดตั้ง CCTV แบบเช่าใช้ ในจุดคัดแยกและพื้นที่เก็บรักษาบัตรเพื่อเฝ้าระวังตลอดเวลา
การกงสุลเปิดแผนลำเลียงบัตร 67 ประเทศ – ชูระบบติดตามเรียลไทม์สร้างความเชื่อมั่น

มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าได้เตรียมการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใน 67 ประเทศ 95 เมืองปลายทาง ไว้อย่างเป็นระบบ โดยมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อติดตามสถานะการจัดส่งบัตรเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ต่อเนื่อง


เส้นทางการลำเลียงถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบตามความเหมาะสมของพื้นที่
1.ทางอากาศ (Air Freight) สำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วโลก
2.ทางบก (Road Transport) สำหรับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน
3.กรณีพิเศษ (Manual Collection) สำหรับประเทศที่มีกฎระเบียบศุลกากรซับซ้อน โดยให้เจ้าหน้าที่มารับบัตรด้วยตนเองที่ประเทศไทย
มังกรยืนยันว่า บัตรที่ลงคะแนนแล้วทั้งหมดจะถูกส่งกลับถึงไทยผ่านระบบ Cargo หรือเจ้าหน้าที่ถือกลับมา เพื่อส่งมอบให้ไปรษณีย์ไทยคัดแยกก่อนส่งต่อไปยังเขตเลือกตั้งภายในเวลาที่กำหนด
ตำรวจจัดทัพ 1.2 แสนนาย – คุ้มกันขบวนขนส่ง พร้อม Dashboard มอนิเตอร์

พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ โดยมีการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยการขนส่งบัตรเลือกตั้งในรูปแบบ "ขบวนคุ้มกัน" ซึ่งประกอบด้วยรถนำ รถขนส่ง และรถปิดท้าย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมปฏิบัติหน้าที่ทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ ตำรวจยังสามารถเข้าถึง Dashboard ข้อมูลการขนส่ง ร่วมกับ กกต. เพื่อมอนิเตอร์สถานะการเคลื่อนย้ายบัตรได้แบบเรียลไทม์ โดย พลตำรวจโทอุดรได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง ยึดหลักกฎหมาย และประสานงานใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง
ความท้าทายประชามติ 2569 มุ่งเป้าความเข้าใจ "สาระสำคัญ" มากกว่าตัวบุคคล


ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่าการออกเสียงประชามติในครั้งนี้มีความท้าทายสำคัญ เนื่องจากมีประเด็นเนื้อหาเชิงลึกถึง 32-35 หัวข้อ กกต. จึงตั้งเป้าเพิ่มความเข้มข้นในการสื่อสารข้อมูล เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง มากกว่าเพียงความชอบในตัวบุคคลหรือพรรคการเมือง โดยคาดการณ์ว่าการมาใช้สิทธิจะคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากจัดขึ้นวันเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งสถิติเดิมมีผู้ใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 75


อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดเลือกตั้งและประชามติปี 2569 นี้ ถูกยกระดับมากกว่าเดิมให้มีความปลอดภัยสูงสุดด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เสมือนลำเลียงสิ่งของในตู้เซฟเคลื่อนที่ซึ่งถูกล็อคด้วยรหัสเทคโนโลยี AI และมีผู้ดูแลตลอดเส้นทาง เพื่อให้มั่นใจว่าทุก "เสียง" ของประชาชนจะเดินทางกลับมาถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและไม่มีตกหล่นแม้แต่ใบเดียว