เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลผลการศึกษาภายใต้โครงการ “Thailand Digital Outlook” ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี พลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวรายงาน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาควิชาการ เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ


เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการ Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ. 2568 ได้มีการศึกษาตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของประเทศไทย โดยอ้างอิงกรอบแนวคิดจาก OECD Going Digital Toolkit และ OECD Measuring the Digital Transformation ซึ่งครอบคลุมประเด็นทั้งสิ้น 8 มิติ ได้แก่ 1) การเข้าถึง 2) การใช้งาน 3) นวัตกรรม 4) อาชีพ 5) สังคม 6) ความน่าเชื่อถือ 7) การเปิดเสรีของตลาด และ 8) การเติบโตและสภาพความเป็นอยู่ ซึ่งในปี 2568 มีจำนวนตัวชี้วัดทั้งสิ้น 102 ตัวชี้วัด ซึ่งมาจากการรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสำรวจจาก 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน และหน่วยงานบริการปฐมภูมิ รวมทั้งสิ้น 46,625 ตัวอย่าง อีกทั้งการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งสิ้น 26 หน่วยงาน
เวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
จากการสำรวจสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
โดยตัวชี้วัดส่วนใหญ่ดีขึ้นในทุกมิติ เช่น
·
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของครัวเรือนในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ
92.20 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 90.30
· สัดส่วนการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของภาคธุรกิจเอกชน
เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 66.11 จากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 56.14
· สัดส่วนลูกจ้างที่ได้รับการอบรมหรือฝึกทักษะ
เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 39.11 จากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 31.70
· สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลต่อ
GDP เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 13.31 จากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 12.93
·
ความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจำแนกตามระดับการศึกษาลดลงเหลือร้อยละ
10.60 จากปีก่อน
ที่ร้อยละ 14.80

“นอกจากนี้
ผลการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทยในบริบทสากลจากการจัดอันดับระดับนานาชาติ พบว่า
ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการจัดอันดับบางตัวชี้วัดที่ลดน้อยลง
เช่น การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล (WDCR)
ที่ลดลงหนึ่งอันดับเป็นอันดับที่ 38 จากเดิมอยู่ที่อันดับ 37
ในปีก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ
การลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวนบุคลากร STEM ที่ยังน้อยกว่าประเทศหลายๆ
ประเทศ รวมทั้งกฎระเบียบภาครัฐที่ยังซับซ้อน ทั้งนี้
ผลการศึกษาปีนี้ไม่ได้สะท้อนเพียง “ระดับการเข้าถึงและการใช้ดิจิทัล” เท่านั้น แต่ยังสะท้อน “ทิศทางการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ที่ต้องพัฒนาในหลายมิติไปพร้อมๆ กัน ทั้งกำลังคน ระบบ ข้อมูล และนวัตกรรม
เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ Digital Thailand ที่ทุกคนเข้าถึงและได้รับประโยชน์ร่วมกัน” เวทางค์ฯ
กล่าวทิ้งท้าย


พร้อมกันนี้
ภายในงานได้จัดเวทีเสวนา ภายใต้หัวข้อ “Digital
for All : จากการเข้าถึง...สู่การใช้ดิจิทัลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า”
โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และหัวข้อ “From Digital
Foundations to Future Growth: ปั้นนวัตกรรมไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
(DEPA) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT)
เพื่อร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลของไทย
ความเหลื่อมล้ำ
การสร้างความตระหนักรู้ของประชาชนให้พร้อมใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้
รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมต่อยอดและขยายผลจากโครงสร้างพื้นฐาน
และการเตรียมความพร้อมของแรงงานให้สามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเหล่านั้นต่อไปในอนาคต