17 ธ.ค. 2568 140 0

BDI-depa-TCT 3 หน่วยงานดิจิทัล ผนึกกำลังแผนงาน 'ข้อมูลขนาดใหญ่และ AI' ชุบชีวิต SME ท่องเที่ยวไทย นำร่อง 9 พื้นที่ทั่วประเทศ

BDI-depa-TCT 3 หน่วยงานดิจิทัล ผนึกกำลังแผนงาน 'ข้อมูลขนาดใหญ่และ AI' ชุบชีวิต SME ท่องเที่ยวไทย นำร่อง 9 พื้นที่ทั่วประเทศ


ดีป้า (Depa) จับมือ BDI และ TCT ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Shaping Thai Tourism by Big Data, AI & Digital Transformation มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล ผ่านกลไก AI Transformation พร้อมเร่งเดินสายถ่ายทอดองค์ความรู้และเครื่องมือดิจิทัลสู่ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ



สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้จับมือกับ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) และ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TCT) ประกาศความร่วมมือการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และดิจิทัล, โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร

ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวางรากฐานให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือยกระดับการทำงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยา, ความร่วมมือดังกล่าวอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์หลักคือ "Shaping Thai Tourism by Big Data, AI & Digital Transformation"

ท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทาย เมื่อการฟื้นตัวกระจุกตัว ข้อมูลจึงเป็นคำตอบ


วิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดท่องเที่ยวโลกมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม พฤติกรรมนักท่องเที่ยว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้การบริหารจัดการและการกำหนดนโยบายจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุม และทันสมัย เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะเริ่มฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังคง กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่หลัก และยังไม่กระจายไปยังพื้นที่รอง หรือจังหวัดเมืองรองอย่างทั่วถึง ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ทั่วประเทศยังประสบปัญหาสำคัญหลายประการ ได้แก่ การขาดองค์ความรู้ในการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ขาดแคลนแหล่งเงินทุนสนับสนุน และยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำเพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ

"ผู้ประกอบการขนาดใหญ่มักคุ้นเคยกับเครื่องมือและแพลตฟอร์มระดับนานาชาติและมีเงินทุนในการเข้าถึง, แต่ SME ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้อย่างมาก ดังนั้น Data เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะ make decision ในการทำธุรกิจ” การใช้ข้อมูลกลางๆ หลักในการวางแผนภาพใหญ่เพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่ตอบโจทย์บริบทที่แตกต่างกันของแต่ละภูมิภาคและแต่ละจังหวัด, ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งด้านพฤติกรรมนักท่องเที่ยว แนวโน้มการเดินทาง ความต้องการของตลาด และการคาดการณ์เชิงสถิติ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงนโยบายภาครัฐ และเชิงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว"

ภารกิจหลักของหน่วยงานร่วม เชื่อมโยงข้อมูล มอบเครื่องมือ และสร้างมาตรฐาน

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการรวมพลังเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยแต่ละหน่วยงานมีบทบาทสำคัญและชัดเจนในการสนับสนุนและยกระดับอุตสาหกรรม

1. BDI สร้างความอัจฉริยะด้วยแพลตฟอร์ม Travelink


ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การบริหารจัดการและการกำหนดทิศทางเชิงนโยบายที่รวดเร็วต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย, BDI ซึ่งเป็นองค์การมหาชนสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) มีภารกิจหลักคือการ บูรณาการข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม

BDI ได้พัฒนา แพลตฟอร์มอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ (TRAVEL LINK) เพื่อเป็นเครื่องมือกลางในการรวบรวม เชื่อมโยง และบริหารจัดการข้อมูลการท่องเที่ยวจากหลากหลายแหล่ง, แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลหลายมิติที่ซับซ้อนเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่ปกติถูกเก็บไว้เพื่อความมั่นคง, อาทิ ข้อมูลวีซ่าและประเภทของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ ข้อมูล Mobility Data (การเคลื่อนที่) และข้อมูลคนเข้าเมือง (ตม.) ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และนำเสนอผ่าน Dashboard เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำความเข้าใจ User Journey (เส้นทางการเดินทางของลูกค้า) ได้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ BDI ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดด้วยการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่และระดับประเทศ, ศ.ดร.ธีรณี ยกตัวอย่างการใช้ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น หากต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองอย่างจังหวัดลำพูน ที่อยู่ติดกับเชียงใหม่ ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลจาก Travelink เพื่อดูว่า นักท่องเที่ยวชาติใดที่บินลงสุวรรณภูมิ/เชียงใหม่ และนั่งรถต่อมาพักคืนแรกที่ลำพูนมากที่สุด, ข้อมูลนี้จะช่วยในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีอิทธิพล (influencer) ในการส่งเสริมการตลาดได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถใช้ข้อมูลในการทำ Social Listening เพื่อดูว่านักท่องเที่ยวทำกิจกรรมอะไรเป็นหลักในพื้นที่นั้นๆ BDI มองว่า การนำข้อมูลและแพลตฟอร์มไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่มาของการจัดโครงการอบรมร่วมกับ TCT และ ดีป้า

2. ดีป้า ยกระดับสู่ "AI Transformation" พร้อมเงินสนับสนุนและมาตรฐาน DSure


ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนต่อ GDP ที่สูงและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ท่านได้ชี้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยยังอยู่ในระดับ "อุตสาหกรรม 2.0" ในขณะที่ประเทศคู่แข่งก้าวไปอย่างก้าวกระโดด

ดีป้าจึงได้ร่วมกับ TCT และ BDI สนับสนุนภาคการท่องเที่ยว โดยส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ โดยดีป้าทำงานภายใต้กลไก AI Transformation ที่ครอบคลุมทั้งการเตรียมพร้อมกำลังคนดิจิทัล ควบคู่กับการยกระดับ Digital & AI Solution ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแห่งโลกอนาคต

บทบาทหลักของดีป้าคือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถ เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ ดีป้าได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี โดยการคัดเลือกผู้ให้บริการดิจิทัลที่มีมาตรฐานที่เรียกว่า "DSure" ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานสากล ISO 2910 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ

นอกจากนี้ ดีป้ายังได้ดำเนินโครงการ AI Transformation โดยส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ, พร้อมทั้งมีมาตรการสนับสนุนด้านการเงินและสิทธิประโยชน์เพื่อลดข้อจำกัดด้านเงินทุนของผู้ประกอบการ ได้แก่ 

- Depa Fund ทุนสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

- การทดลองใช้ฟรี สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย สามารถทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่คัดสรรมาแล้วได้ฟรี เป็นระยะเวลา 6 เดือน

- สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่อยู่ในบัญชีดีป้า สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งถือเป็น "โชคสองชั้น" ให้กับผู้ประกอบการ

3. TCT ตัวกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการทั่วประเทศ

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TCT) ก่อตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. เมื่อปี 2544 โดยทำหน้าที่เป็น "แกนกลาง" ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการทั่วประเทศ ทั้งในเชิงพื้นที่และสาขาอาชีพ TCT มีเครือข่ายสมาชิกเป็นสมาคมท่องเที่ยวทั่วประเทศเกือบ 200 สมาคม รวมถึงพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สปา และการขนส่ง เป็นต้น

รองประธาน TCT ชี้ว่า TCT จะใช้เครือข่ายที่เข้มแข็งนี้ในการ บูรณาการร่วมกัน ในแต่ละจังหวัด, เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับจาก BDI และเครื่องมือดิจิทัลจาก depa ถูกนำไปใช้วางทิศทางและพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการที่ ตรงกับศักยภาพและบริบทของแต่ละพื้นที่ อย่างแท้จริง TCT และ ดีป้า จึงเข้ามาสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลที่สำคัญของความร่วมมือการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และดิจิทัล

โครงการนำร่อง 9 จังหวัด การเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริงเพื่อปลดล็อกศักยภาพ

เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และกลไกส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้สู่ผู้ประกอบการ SME อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสามหน่วยงานได้ประกาศแผนการ ลงพื้นที่อบรมและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการใน 9 จังหวัดนำร่อง, ซึ่งจะจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่ออบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนสิงหาคมปีหน้า

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ "ปลดล็อกศักยภาพ" (Unlock Potential) ของธุรกิจท่องเที่ยวขนาดกลางและเล็ก, โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การอบรมจะเน้นการอบรมพื้นฐานการใช้ Big Data การอ่าน Dashboard ของ Travelink และการใช้ AI ในระดับพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง


ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ว่า ผู้ประกอบการสามารถใช้ AI ในการร่างหนังสือหรือทำ Presentation เพื่อการตลาดและการขาย ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถใช้ทรัพยากรบุคคลได้อย่างคุ้มค่า กลุ่มเป้าหมายในการอบรมครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านการท่องเที่ยว รวมไม่น้อยกว่า 1,000 คน ผ่านโครงการนำร่องใน 9 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย, จังหวัดอุดรธานี, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดบุรีรัมย์, จังหวัดระยอง, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดกระบี่, พื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี และพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ความหวังใหม่และก้าวต่อไป ปรับเพื่อรอด เปลี่ยนเพื่อสร้างอนาคต


ทุกหน่วยงานเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือยกระดับการทำงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมใน 9 จังหวัด จะได้รับความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง รวมถึงการได้พบกับ Digital Provider ที่มีมาตรฐานจาก depa โดยตรง ทำให้ผู้ประกอบการมีเครื่องมือในการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ depa ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวของผู้ประกอบการ โดยฝากทิ้งท้ายว่าถ้าหากไม่ปรับตัว ก็เหมือนกับจมไปที่รอวันตายเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงควรต้องปรับเพื่อรอด เปลี่ยนเพื่อสร้างอนาคต สำหรับ TCT ก็เชื่อมั่นในความร่วมมือนี้จะสามารถยกขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศได้อย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าหมายขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุม 22 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระดับสากลต่อไป


ผู้ที่สนใจมาตรการยกระดับธุรกิจด้วยดิจิทัลตามมาตรการ d-transform และการส่งเสริมการเริ่มต้นใช้งานดิจิทัลผ่านมาตรการ d-voucher สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://aitransform.depa.or.th

COMMENTS