25 มี.ค. 2568 875 39

BDI ทำ MOU สภากายภาพบำบัด ขยายเชื่อมโยงระบบ Health Link เข้าถึงประวัติการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยตรงจุด ตั้งเป้าครอบคลุม 228 แห่งทั่วประเทศ

BDI ทำ MOU สภากายภาพบำบัด ขยายเชื่อมโยงระบบ Health Link เข้าถึงประวัติการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยตรงจุด ตั้งเป้าครอบคลุม 228 แห่งทั่วประเทศ

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI โดย รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมด้วย ศ. ดร.กภ.ประวิตร เจนวรรธนะกุล นายกสภากายภาพบำบัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (Health Information Exchange: Health Link) โดยมี นพ.ธนกฤต จินตวร ผู้บริหารกิจการพิเศษสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และวนัสนันท์ อรุณโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศสภากายภาพบำบัด ร่วมเป็นพยานในพิธีดังกล่าว ณ ชั้น 7 สภากายภาพบำบัด อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข


รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อํานวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า การลงนามระหว่าง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI กับ สภากายภาพบำบัด  ในครั้งนี้ คือ อีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของโครงการ Health Link ที่ได้ร่วมกับสภากายภาพบำบัดในการเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนนักกายภาพบำบัดกับระบบ Health Link ซึ่งจะทำให้นักกายภาพบำบัดสามารถยืนยันตัวตนในการเข้าถึงประวัติการรักษาพยาบาลในระหว่างการให้บริการได้สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบสารสนเทศหน่วยบริการ HIE Web Health Link และระบบอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อได้ รองรับการให้บริการประชาชนทั้งในหน่วยบริการกายภาพบำบัดและการลงพื้นที่ตามนโยบาย "30 บาทรักษาทุกที่"



รศ. ดร.ธีรณี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ BDI ยังร่วมมือกับสภากายภาพบำบัด ในการขยายการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของคลินิกกายภาพบำบัดจากเดิมที่มีการเชื่อมต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไปแล้วประมาณ 18 แห่ง จะขยายการเชื่อมต่อให้ครอบคลุมหน่วยบริการทั่วประเทศอีกกว่า  228 แห่ง พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มศักยภาพและบริการอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้ BDI เดินหน้าทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพต่าง ๆ ในการกำหนด ตรวจสอบ ยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ และการกำหนดข้อมูลที่สามารถเปิดดูประวัติการรักษาให้สอดคล้องกับการให้บริการ และมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้การบริการครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มสอดรับกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวตามนโยบายของรัฐบาล 

“ปัจจุบันโครงการ Health Link มีสถานพยาบาลภาครัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และสถานพยาบาลภาคเอกชนภายใต้การขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,500 แห่งในพื้นที่ กทม. พร้อมตั้งเป้าขยายให้ครอบคลุมหน่วยบริการกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและสะดวกขึ้นกว่าเดิม” รศ. ดร.ธีรณี กล่าว


ด้าน ศ. ดร.กภ.ประวิตร เจนวรรธนะกุล นายกสภากายภาพบำบัด กล่าวว่า เนื่องด้วยในปัจจุบัน สังคมไทยได้กลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 20 ของประชากรไทยทั้งหมด และในอีก 10 ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าร้อยละ 25 ของประชากรไทยทั้งหมด นักกายภาพบำบัดถือเป็นบุคลากรทางการแพทย์หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งในยามเจ็บป่วยและในยามที่ไม่เจ็บป่วย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้อีกครั้งหลังเจ็บป่วย และดูแลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้นานที่สุด ไม่เป็นผู้สูงอายุติดบ้าน หรือผู้ป่วยติดเตียง 



ศ. ดร.กภ.ประวิตร กล่าวอีกว่า การดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายด้วยกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยสูงอายุ ตลอดจนผู้ป่วยอื่น ๆ อาทิ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สมองได้รับบาดเจ็บ ไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ภาวะกระดูกสะโพกหัก จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยต้องได้รับบริการกายภาพบำบัดอย่างเพียงพอและทันการณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตเหมือนเดิมหรือใกล้เคียงเดิมอีกครั้ง การที่ประชาชนเจ็บป่วยซึ่งสามารถไปรับบริการกายภาพบำบัดได้จากสถานพยาบาลใกล้บ้าน จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและควรให้การส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง 

“ความร่วมมือกับ BDI ในครั้งนี้ ทางสภากายภาพบำบัด ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่มีความสำคัญในการช่วยยกระดับการให้บริการของนักกายภาพบำบัดและหน่วยบริการกายภาพบำบัด พร้อมเดินหน้าในการพัฒนาระบบยืนยันตัวตนและขยายการเชื่อมต่อข้อมูลคลินิกกายภาพบำบัด ผ่านโครงการ Health Link ซึ่งจะช่วยให้นักกายภาพบำบัดสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้การรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายแก่ผู้ป่วยถูกต้องและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” ศ. ดร.กภ.ประวิตร กล่าว


สำหรับโครงการ Health Link คือ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยให้แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาได้ทันที สะดวก ง่าย ปลอดภัย พร้อมมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยกลไกการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยยืนยันตัวตนของประชาชน และแพทย์ การเข้ารหัสข้อมูลและระหว่างจัดส่งข้อมูล รวมถึงมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ “ThaID” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th