สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลุยต่อกิจกรรม EDC Pitching Season 3 ชวนเหล่าเทรนเนอร์ดิจิทัล ร่วมประชันไอเดีย เพื่อเฟ้นหาต้นแบบแคมเปญ หรือโมเดล ช่วยสร้างสรรค์สังคมและสภาพแวดล้อมเชิงบวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘Digital Space Connect : เชื่อมต่อพื้นที่การเรียนรู้สู่การพัฒนาพลเมืองดิจิทัล พร้อมชิงรางวัลกว่า 200,000 บาท เปิดรับสมัครวันที่ 10 มีนาคมนี้
ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า
"ทักษะดิจิทัล" คือหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิต
การเรียนรู้ และการทำงาน ประเทศไทยยังเผชิญกับความท้าทายด้านทักษะดิจิทัล
แม้การสร้าง ETDA Digital Citizen Trainer หรือ EDC
Trainer ของ ETDA เดินหน้ามาถึงปีที่ 4
แล้ว
แต่ก็ยังสร้างกำลังคนที่มีทักษะที่พร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพยังไม่ครอบคลุม
โดยข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ปี 2567
คนไทยกว่า 60% อยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล
โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชน และผู้สูงอายุ นอกจากนี้
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
ชี้ว่าแม้มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลมีมูลค่า 4.44 ล้านล้านบาท
มีการขยายตัวร้อยละ 5.7 จากปี 2566 และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หากคนไทยจะได้รับการส่งเสริมด้านทักษะที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวม
ETDA ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีความพร้อมต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างรู้เท่าทัน
ลดความเสี่ยง สร้างโอกาสและรายได้อย่างยั่งยื่น ผ่านโปรเจคสำคัญ อย่าง ETDA
Digital Citizen (EDC) เพื่อพัฒนาทักษะคนไทยให้พร้อมสู่กำลังคนด้านดิจิทัลที่รู้เท่าทัน
(Digital Workforce & Literacy) ที่นอกจากการเดินหน้าต่อเนื่องกับโครงการ EDC
Trainer เพื่อสร้างเทรนเนอร์ดิจิทัล ส่งต่อความรู้ Digital
Literacy ไปสู่ระดับท้องถิ่น ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ มาถึงปีที่ 4
แล้ว ยังได้ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั้งภาครัฐและเอกชน ลุยจัดกิจกรรม EDC
Pitching ที่เป็นเวทีในการสร้างสรรค์ พัฒนา ให้เกิดไอเดียใหม่ๆ
ที่จะเป็นเครื่องมือให้เทรนเนอร์ดิจิทัล หน่วยงานต่างๆ รวมถึง ETDA นำไปต่อยอดพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลแก่กลุ่มเป้าหมาย ให้พร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล
สู่การร่วมสร้างสังคมที่ดีให้เติบโตไปพร้อมกัน
ในปี 2568 นี้
ETDA สานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับ EDC Pitching Season 3 ที่มาในแนวคิด
"Digital Space Connect เชื่อมต่อพื้นที่การเรียนรู้สู่การพัฒนาพลเมืองดิจิทัล"
เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนที่ผ่านการอบรม EDC Trainer ได้มาร่วมประชันไอเดีย ในการสร้างสรรค์แคมเปญ กิจกรรม หรือ
แผนประชาสัมพันธ์ ที่ต่อยอดจากแผนการสอนที่ EDC Trainer ได้ทำขึ้นระหว่างการอบรม
และต้องสะท้อนถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา (Solution) ที่สามารถระบุปัญหาที่ต้องการแก้ไข
วิธีแก้ไข และวิธีการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อต่อยอดสู่โมเดลในการช่วยสร้างสรรค์สังคมและสภาพแวดล้อมเชิงบวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลอย่างรู้เท่าทันได้อย่างทั่วถึง
เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความปลอดภัยทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน สอดรับกับแนวคิด Digital
Space Connect ที่ประกอบไปด้วยโจทย์การแข่งขันสุดท้าทายถึง 3
โจทย์ย่อย
ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องเลือกนำมาพัฒนาต่อยอดไอเดียให้สอดคล้อง ไม่ว่าจะเป็น
การสร้างสังคมที่เข้มแข็งเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางเทคโนโลยี (Stronger
Community Against Digital Abuse) , การเสริมทักษะการสื่อสารบนโลกดิจิทัล
(Digital Communication Booster) และ การพักจอมาฮีลใจ
ใช้แต่พอดี มีสมดุลชีวิต (Healthy Digital Life Balance) เป็นต้น
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมภายใต้โครงการ EDC Trainer และหลักสูตร EDC Plus โดยรวมทีม ทีมละ 2-3 คน โดยแบ่งเกณฑ์การแข่งขันออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.มัธยมศึกษา – อุดมศึกษา อายุตั้งแต่ 15-24 ปี และ 2.กลุ่มวัยทำงานและบุคคลทั่วไปอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่สำคัญต้องพร้อมเข้าร่วมกิจกรรม Workshop และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทั้งนี้ สำหรับทีมผู้ชนะจากทั้ง 2 กลุ่ม จะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท
โดยกิจกรรม
EDC
Pitching Season 3 จะเริ่มเปิดรับสมัคร EDC Trainer เข้าร่วมการแข่งขัน ในวันที่ 10 มีนาคม-16 มิถุนายน 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dek-d.com/activity/66294 โดยจะประกาศชื่อทีมผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่
7 กรกฎาคม 2568 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการ
“EDC Pitching” LINE : @edctrainer หรือ E-mail :
event@dek-d.com หรือ Facebook : ETDA Thailand
“การแข่งขัน EDC
Pitching ไม่ใช่แค่เวทีสำหรับประชันไอเดีย
แต่เป็นโอกาสให้คนที่มีใจรักการสอนและการแบ่งปันความรู้ด้านดิจิทัลได้พัฒนาและนำเสนอแนวทางที่สามารถช่วยคนไทยใช้เทคโนโลยีอย่างมั่นใจ
มั่นคงปลอดภัย สร้างโอกาสใหม่
และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” ดร.ชัยชนะ
กล่าวทิ้งท้าย