27 เม.ย. 2569 141 0

ไปรษณีย์ไทย-สภาเกษตรกรแห่งชาติ ลดต้นทุนขนส่ง ดัน 'EMS ผลไม้' เริ่มต้น 45 บาท แก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด ดีเดย์ 28 มิ.ย 2569

ไปรษณีย์ไทย-สภาเกษตรกรแห่งชาติ ลดต้นทุนขนส่ง ดัน 'EMS ผลไม้' เริ่มต้น 45 บาท แก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด ดีเดย์ 28 มิ.ย 2569


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) เดินหน้าสานต่อความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 3 เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์สำหรับภาคเกษตรไทย เชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนอัตราค่าขนส่งในรูปแบบพิเศษอย่างต่อเนื่อง ขยายเวลาอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว


ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีความพร้อมอย่างเต็มศักยภาพในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วไทย ตั้งแต่ระดับชุมชน แหล่งผลิต ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง พร้อมประสบการณ์และมาตรฐานการขนส่งที่สามารถควบคุมระยะเวลาในการจัดส่งและรักษาคุณภาพสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ต้องการความรวดเร็วในการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจของผู้ส่งและผู้รับ โดยความร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายผลผลิต ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งสินค้าไปยังตลาดได้อย่างทั่วถึง ด้วยบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ ค่าส่งราคาพิเศษสำหรับเกษตรกร/องค์กรเกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ เริ่มต้น 3 กิโลกรัมแรก 45 บาท ลดต้นทุนค่าขนส่ง ข้อจำกัดเรื่องพ่อค้าคนกลางและปัญหาผลผลิตล้นตลาด อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการเข้าถึงสินค้าสดใหม่คุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน



นัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เผยถึงสถานการณ์ภาคเกษตรกรรมไทยว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เกษตรกรไทยเผชิญปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้ อย่างเช่น ลำไย มังคุด ลองกอง มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง เงาะ สับปะรด ทุเรียน ข้าว หอมหัวใหญ่ กระเทียม ที่ออกมาพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดภาวะล้นตลาด และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ประกอบกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งด้านพลังงานและค่าขนส่งทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อลดภาระ กระจายสินค้า สร้างรายได้ สร้างโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงให้แก่พี่น้องเกษตรกร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือภาคการขนส่งสินค้าเกษตรที่ต้องการความรวดเร็วในการรักษาคุณภาพผลิตผลจากแปลงเกษตรไปถึงมือผู้บริโภคได้โดยตรงและรวดเร็ว ด้วยความร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่าง สกช.และไปรษณีย์ไทย ถือเป็นการลงนามฉบับที่ 3 สานต่อความร่วมมือร่วมใจกันเพื่อเป้าหมายในการนำศักยภาพการขนส่งของไปรษณีย์ไทย มาเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าของพี่น้องเกษตรกร     


     

ทั้งนี้ การสานต่อความร่วมมือของไปรษณีย์ไทยกับ สกช. ในครั้งนี้ ยังเป็นการขยายเวลาอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รองรับการแข่งขันในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนภาคเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติมที่ THP Contact Center โทร. 1545 และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th